Follow by Email

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พม่าไทยสไตล์พนัส

ไก่เก่งคืออะไร คำตอบคือ ไก่ตีเจ็บ แม่น เร็ว  เช่นลีลาเชิงแบบไหนก็ได้
ดังนั้นไก่เก่งจึงสามารถพัฒนาได้หลากหลายรูปแบบ  แม้กระแสม้าล่อจะมาแรงแต่เชื่ออย่างหนึ่งเถอะว่ากว่าจะได้ม้าล่อดี ๆ สักตัวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย...การพัฒนาเฉพาะลีลาบางทีเราก็หลงลืมเบอร์แข้งความแม่นยำความคมความถี่ที่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับไก่เก่ง

ดังนั้นการพัฒนาไก่ชนจึงไม่มีสูตรสำเร็จมันเป็นจินตนาการที่ต้องพัฒนาไปเรื่อย ๆ ภายใต้สมมุติฐานที่เรามีอยู่

สำหรับการพัฒนาไก่พม่าไทยนั้นก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจและมีโอกาสได้ไก่เก่งรวดเร็วถูกใจ ซึ่งมีสมมุติฐานการพัฒนาคือ
1.เราต้องการไก่เชิงดีแบบไทย
2. เราต้องการไก่ที่มีแข้งหน้าเสริพตลอด
3.เราต้องการไก่ปากไวแม่นคม
4. เราต้องการไก่โครงสร้างสวยงามสมส่วนกล้ามเนื้อดี
5. เราต้องการไก่ปีกขนสมบูรณ์ขนยาวปีกยาว

สิ่งที่เราใช้เป็นตัวเสริมพันธุกรรมเพื่อตอบสนองสมมุติฐานของเราก็คือ
1.ใช้สายพันธุ์พม่าหน้าหงอนแข้งหน้าเพื่อเสริมเรื่องแข้งหน้า ปากไว แม่น คม น้ำขนดี ดังนั้นเราต้องแสวงหาพม่าหน้าหงอนมาเป็นต้นสาย
2.ใช้สายพันธุ์ป่าก๋อยเชิงบนที่ีแข้งหน้าปากไว เชิงบน เน้นความแม่นยำ ถ้าได้ป่าก๋อยตีแผลบางจะดีที่สุด
3. เอาข้อ 1 และข้อสองผสมกัน เก็บตัวเมียไว้คัดตัวสวย ๆ หรือดูจากคอกที่ตัวผู้มีไฟท์ชนดีเอามาทำต้นเหล่า
4.คัดพนัสร้อยรอยโตเกิน 3.3 ขึ้นไป ที่มีเชิงชนแบบพนัสแท้คือ คุมบนสองคอมาผสม ที่สำคัญควรเป็นไก่ที่วางแผลแม่นคม

จากนั้นเราก็จะได้ไก่ที่เราคาดหวังครับ ใน 1 ชุด จะมีตัวเก่ง อย่างน้อย 1 ตัวนะครับที่เป็นสไตล์ตามสมมุติฐานที่เราตั้งไว้ครับ

การรักษาเหล่ากอไก่ชน

ไก่ยุคใหม่เราต้องพัฒนาต่อยอดตลอดเวลาเพื่อปิดจุดอ่อนของตนเอง..ในขณะเดียวกันเราก็ต้องรักษาพันธุกรรมเด่นของเราไว้ คือเหล่ากอ เช่นเหล่ากอเราคมแม่นตีเจ็บจิตใจดี เราก็ต้องรักษาเรื่องนี้ไว้อย่าให้เลือนหายไป เพราะบางท่านพัฒนาไปเรื่อยจนหลงลืมว่าต้นเหล่าเราเป็นหน้าตาแบบใดมีพื้นฐานอย่างไรในที่สุดเราก็ไม่สามารถสร้างเหล่ากอเราได้ ซึ่งเรื่องนี้ทุกท่านต้องตระหนัก

ดูอย่างกระดุมทอง มันเด่นอย่างไรเราต้องพยายามรักษาความเด่นของมันไว้ ไม่ใช่นำไปข้ามสายอื่นตลอดจนในที่สุดกลายพันธุ์...กลายเป็นไก่ไม่มีเหล่าหาจุดเด่นไม่ได้  วิธีการรักษาเหล่าไก่ที่สำคัญคือ

1.รักษาแม่พันธุ์และพ่อพันธุ์ไว้โดยตลอด
2.ผสมลงเหล่าเรื่อย ๆ ทุก ปีอย่างน้อยปีละ 2-3 คอกเพื่อคัดเลือกรุ่นหลังไว้ทดแทนรุ่นแรก
3.คัดเลือกรุ่นทดแทนโดยดูจากลักษณะทางกายภาพ เช่น สีขน สีแข้งสีปาก สีตา ลักษณะหงอน ลักษณะแข้ง ลักษณะตอ ลักษณะท่านทางการเดินการยืน ลักษณะลำคอ ลักษณะลำตัว ลักษณะปีกและหาง ลักษณะปากและเล็บ ลักษณะเดือย ลักษณะอุ้งเท้า ให้ใกล้เคียงต้นตระกูลที่สุด
4. คัดเลือกลักษณะเด่นทางคุณภาพ เช่น เชิงชน เบอร์แข้ง ความแม่นยำ จิตใจ ให้คล้ายคลึงต้นตระกูลที่สุด

การคัดเลือกลักษณะเด่นนี้เราต้องคัดทั้งตัวผู้ตัวเมียซึ่งนั่นหมายความว่าเราต้องมีการเก็บข้อมูลสายพันธุ์ต้นตระกูลไว้ด้วย เช่นคลิปปู้ย่าตายายในการชนหรือปล้ำซ้อม ภาพนิ่งของปู้ย่าตายาย อาศัยความจำอาจเลอะเลือนหรือหลงลืมครับ ใช้เทคโนโลยีช่วยบ้างก็ดี

เห็นมีหลายซุ้มสตัฟตัวเก่งไว้อันนี้ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่บางฟาร์มใช้การปั้นรูปเหมือนทำศาลพระภูมิอะไรทำนองนี้ผมว่าแนวนี้ช่วยได้น้อยครับในการรักษาสายพันธุ์

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การพัฒนาม้าล่อแบบเจ็บ ๆ

กระแสม้าล่อไม่มีวันตายยังคงแรงไม่หยุด ซึ่งมีทั้งปัญหาและคาใจนักพัฒนาทั้งหลาย เราขอเสนอแนวทางในการพัฒนาดังนี้ครับ

1.ล่อไม่มองไก่วิ่งหน้าตั้งแบบไม่คิดชีวิต อันนี้ควรต้ม
2.ล่อแล้วไปไม่ลามาไม่ไหว้ ทำให้เจ้าของหน้าถอดสีเอาง่ายๆ แบบนี้ควรต้ม
3.ล่อแล้วบินถี่ยิบแข้งหน้าดังห่าฝน ลีลาสวยงามๆๆๆๆแต่ไปได้ 5 นาทีเอง จากนั้นตีไปนอนไป แต่แข้งขาอ่อน แบบนี้ต้องดูอีกว่าจะเก็บไหมตัวไหนโครงสร้างดีมีแม่นๆ ควรเก็บพัฒนาต่อ ตัวไหนตีไม่ถูกเป็ดถูกไก่ก็ต้มซะ..ตัวที่ตีถูกให้นำไปพัฒนากับพม่าง่อนหรือพม่าบราชิลหรือพม่าไต้หวันออกมาจะแข็งแกร่งขึ้นครับเบอร์แข็งจะเน้นขึ้น
4. ล่อไม่สวยมักวิ่งลายหัวออกตัวช้าโดนทำตลอด ล่อไม่เป็นกระบวน ถ้าตีไม่ถูกเป็ดถูกไก่หรือตีไม่มีเป้าหมายควรต้มอย่างยิ่ง ถ้าแม่นมากคมมากแรงดีควรพัฒนาต่อ โดยต่อยอดกับสายพม่าม้าล่อรำวงที่เป็นลูกผสมพม่าง่อนหรือพม่าบราชิลหรือพม่าไต้หวันได้ครับ ไก่จะออกล่อสวยขึ้นเบอร์แข้งดีขึ้นครับ
5.ล่อแล้วกระโดดสังเวียนไม่อยากตีไก่ ชอบหนีมากกว่าชอบตี แบบนี้ควรต้ม ยกเว้นพวกเบอร์แข้งดี ๆ เอาไว้ต่อยอดได้ โดยสามารถพัฒนาได้กับพม่าลีลาโยกล่างหรือโยกบน หรือพม่าขยายตีครับ ลูก ๆ ที่ได้จะมีบางตัวล่อบางตัวขยายครับ อาการกระโดดสังเวียนจะลดลงแต่อาจมีม้าล่อยาวออกมาด้วย
6.ล่อดีลีลาสวยแต่สู้ไก่ยาก อันนี้ต้มได้เลยไม่ต้องถาม
7. ล่อดีแข้งหน้าดีมีวิญญาณเพ็ชรฆาตร...อันนี้พัฒนากับอะไรก็ได้ครับตามแต่ท่านเห็นสมควร
8. ล่อดีแข้งหน้าดีแต่มีเมตตาธรรม  คือไม่ค่อยฆ่าไก่ ตีตายแล้วยืนดูประมาณนั้น ท่านต้องผสมกับพม่าบราชิลแล้วหละครับ
9. พม่าที่ไม่ล่อเลยแต่เบอร์แข้งดีมาก อันนี้พัฒนาให้ล่อได้โดยส่งสายพม่าม้าล่อรำวงเขาไปครับ ลูก ๆ ที่ได้จะออกมาล่อให้เห็นอย่างน้อย 25% ของคอกนั้น ๆ ครับ

ลองดูครับ ..การพัฒนาไก่มันไม่มีวันสิ้นสุดนะครับท่านต้องทำไปเร่อย ๆ การสะสมพันธุกรรมเป็นเรื่องสำคัญถ้าท่านสะสมพันธุกรรมไม่ได้ท่านก็ไม่สามารถพัฒนาไก่ให้ก้าวหน้าได้ครับ..ในที่สุดท่านก็ต้องหันไปซื้ใหม่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การจับคู่ผสมพันธุ์ไก่ชนพม่า

เพื่อให้การผสมพันธุ์มีความเสี่ยงน้อยที่สุดคือลูกแต่ละชุดมีความเก่งไม่เสียเวลาเลี้ยงยาวนานโดยไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร

สมมุติฐานเบื้องต้น
1.แม่พันธุ์+พ่อพันธุ์ที่ท่านมีอยู่ตอนนี้มีต้นเหล่าที่ดี ตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์หรือเหล่ากอที่ท่านต้องการ นั่นคือพ่อแม่ผ่านการคัดมาตรฐานมาดีแล้ว
2.ท่านมีพื้นที่หรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการผสมและพัฒนาพันธุ์ไก่ชน เช่นเล้า โรงเรือน พื้นที่ปล่อยเลี้ยง อาหารการกิน ยาและสารเคมมีควบคุมโรคต่าง ๆ

วิธีการจับคู่ผสมพันธุ์ที่คัดสรรแล้วมีดังนี้
1.การผสมไก่ตีเจ็บหรือไก่เบอร์แข้ง อันนี้จับคู่ไม่ยากเพียงได้พ่อสายตีเจ็บ+แม่สายตีเจ็บลูก ก็ได้รูปแบบนี้เกือบทั้งหมด มีแปรปรวนบ้างไม่เกินร้อยละ 5 เช่นไก่เหล่าตีเจ็บสายหมูบเทพ+เหล่าตีเจ็บมังกรทอง เป็นพม่าร้อยทั้งคู่แบบนี้ตีเจ็บแน่การผสมแบบนี้จะมีไก้พม่าที่ลีลาเด่น ๆ ประมาณไม่เกิน10% แบบลีลาดีตีเจ็บมาก ๆ

2. การผสมไก่ตีเจ็บ+ลีลา คำว่าลีลาคือ ลีลาเชิงชน เช่นโยกล่างไกวเปว โยกถอดถอย ม้าล่อสั้น ม้าล่อสั้นสลับยาว การจับคู่แบบนี้ควรใช้แม่สายตีเจ็บ+พ่อสายลีลาตามที่ต้องการจะดีกว่าใช้แม่ลีลา+พ่อตีเจ็บ กล่าวคือตัวพ่อลีลาจะถ่ายทอดลักษณะได้ดีกว่าแม่ ยกเว้นบางตัวไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องใช้พ่อลีลาเป็นตัวหลักของทางผ่านลีลา การผสมแบบนี้จะไม่ได้ไก่ลีลาทั้งหมด แต่จะได้ไก่ลีลาประมาณ 50% และไม่ค่อยออกลีลาประมาณ 50% แต่ที่เด่นคือ ไก่ส่วนมากจะตีเจ็บทุกตัวประมาณร้อยละ90 ของลูกไก่ในชุดนั้น ๆ 

3.การผสมไก่ลีลา ควรจับคู่ระหว่างพ่อลีลา+แม่ลีลา ผลที่ได้คือ ลูกร้อยละ 90 ขึ้นไปลีลาดีตามเหล่าครับ แต่จุดด้อยของไก่ประเภทนี้คือ เบอร์แข้งจะลดลง มีตัวเบอร์แข้งเด่น ๆ ในแต่ละชุดไม่เกินร้อยละ 10 การผสมแบบที่ 3 นี้ควรเน้นเป็นการพัฒนาพม่าสายโชว์มากกว่าสายตีนะครับ แต่ก็จะได้ตัวเด่น ๆ ไว้เลี้ยงชนเหมือนกันครับ

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การดูแลพ่อพันธุ์หลังชน

ไก่ที่จะนำมาทำพ่อพันธุ์หลังจากกรำศึกมานานตลอดช่วงฤดูหนาวถึงฤดูร้อนที่ผ่านมา..พอย่างเข้าฤดูฝนไก่จะเริ่มโรยราไม่สามารถเลี้ยงชนได้อีก เมื่อเราจะปล่อยทำพันธุ์เป็นพ่อไก่เราควรปฏิบัติดังนี้

1.ถ่ายยาล้างลำใส้และเลือดลมด้วยยาดองสุขาสองครั้ง เว้น2 สัปดาห์ต่อครั้ง..ให้ไก่กินยาตอนเช้าก่อนกินอาหารครั้งละ ครึ่งช้อนโต๊ะ ถ้ารอยโตก็เพิ่มขึ้นได้ตามสมควร การถ่ายยาเป็นการล้างพิษในตัวไก่...ในช่วงนี้ถ้าจะให้ดีสมบูรณ์ให้ใช้น้ำหญ้านางป้อนเช้าเย็นครั้งละ 5 ช้อนโต๊ะ ติดต่อกัน 2สัปดาห์ช่วยล้างพิษด้วย  โดยเพาะท่านใช้สารเคมีนานาชนิดในการโด๊ปช่วงเลี้ยงชนจะมีสารตกค้างในร่างกายทำให้ระบบภายในทำงานผิดปกติ ไก่จะป่วยโดยไม่แสดงอาการเด่นชัดเรียกว่าภาวะอมโรค  อันนี้ต้องระวังนานๆ ก็เสียไก่ไปเลยเอากลับมาเลี้บงใหม่ก็ไม่สมบูรณ์

2.ดูแลความสมบูรณ์ภายนอกให้ครบทุกอย่าง เช่น ดูเท้าว่าเป็นแผลมีหน่อไหมถ้ามีต้องขังรักษาให้หายก่อนปล่อย เลาะปีกที่ต่อออกในส่วนที่คิดว่าไม่จำเป็นหรือเกินความจำเป็นแต่บางตัวต้องต่อปีกก่อนปล่อยในกรณีไก่นอนบนที่สูงต้องบินประจำใช้กาวต่อก็ไม่หลุด ดูแลโรคผิวหนังโดยเฉพาะกากควรรักษาให้หายโดยใช้ยารักษากากคนให้กินซักครึ่งเม็ดติดต่อกัน2-3 ครั้งก็น่าจะหาย(จำชื่อยาไม่ได้วันหลังจำได้จะมาบอก)

3.ไก่ที่จะนำมาเลี้ยงใหม่ในปีหน้าไม่ควรผสมพันธุ์มากเกินไป ควรผสมครั้งละ 1 แม่ และมีช่วงว่างพักผ่อนอย่าปล่อยคลุมฝูง จะทำให้ไก่เสียฟอร์มง่าย เช่นอ้วนเกิน ผอมเกิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อการพัฒนาร่างกายช่วงถ่ายขน ซึ่งอาจทำให้ไก่ไม่เก่งหรือเก่งน้อยลงเมื่อถ่ายขนสอง  พ่อไก่ที่ปล่อยคุมฝูงร้อยละ 50 ไม่สามารถเลี้ยงชนใหม่ได้เมื่อถ่ายขนสอง สิ่งนี้ต้องระวัง

4. การคัดเลือกพ่อไก่ ไก่ที่ผ่านการชนมาอย่างหนักลากอัน 7-8 ยก ไม่ควรผสมลูกมากในช่วงปีแรก ๆ ควรผสมแต่น้อยเพราะไก่ยังให้ลูกไม่สมบูรณ์ลูกจะไม่ค่อยเก่ง แต่จะดีเมื่อขนสามขนสี่ เพราะไก่จะขับสารพิษออกจากร่างกายหมด ร่างกายจะทำงานสมบูรณ์ทุกส่วนน้ำเชื้อจะแข็งแรง...ดังนั้นไก่ตัวใดชนทางยาวบ่อยต้องสังเกตและคัดสรรเป็นพ่อไก่อย่างระมัดระวังไม่งั้นจะเสียเวลาเลี้ยงลูกไก่ฟรีๆ เป็นปี...แต่บางตัวแข็งแรงสมบูรณ์ก็ไม่มีปัญหานี้ครับ

5. ไก่ที่ดูไม่สมบูรณ์ห้ามทำพ่อเด็ดขาด เช่นหน้าซีดไม่แดง ไก่ผอม ไก่อ้วนเกินไป ไก่ป่วยเป็นหวัด หรือเป็นโรคทุกชนิด เป็นต้น

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เข้าสู่ต้นฤดูฝนกับโรคขี้เขียวขี้ขาว

 ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูร้อนไปเป็นฤดูฝนจะปรากฎโรคใหม่ ๆ เกิดขึ้นในไก่ชนโดยเฉพาะโรคขี้เขียวขี้ขาว
มีท่านผู้รู้ได้เสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาขี้เขียวขี้ขาวซึ่งโรคดังกล่าวอาจเกิดได้หลายทาง

1. ขี้เขียวขาวที่เกิดจากการปล้ำไก่ ไก่เกิดบาดเจ็บจึงแสดงออกทางอุจจาระขี้เขียวขี้ขาว หากเป็นเช่นนี้ ขอแนะนำให้รักษาตามอาการ เช่น หากโดนตีตัวมามากควรให้กินยาโป๊ยเซียนวันละ 1 เม็ดแบ่งเช้าครึ่งเม็ดเย็นครึ่งเม็ดควบคู่กับยาแก้อักเสบ ส่วนมากจนหายภายใน 2-3วัน ควรงออาหารกากหรืออาหารแข็งอย่างเด็ดขาด

2.ขี้เขียวขาว จากการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่นเป็นหวัด คอครอก คือไก่เป็นหวัดคอดังและมักจะผสมด้วยโรคขี้เขียวขี้ขาว แนะนำยาละลายน้ำ+ยาอะม๊อกซี่ชนิดเม็ดที่คนใช้กินเวลาเป็นไข้หวัดเจ็บคอนะครับ ให้กิน 3-7 วันตามอาการ  ให้อาหารนิ่มเช่นข้าวสุกผสมหัวอาหารเล็กน้อยก็พอ เดียวอาหารไม่ย่อยจะลำบาก ต้องสังเกตให้ชัดเจนถ้าไก่อาการหนักเช่นคอดังมาก ถ้าควรงดอาหารก็ควรงดไปเลย

3.ขี้เขียวขาว จากการติดเชื้อทางเดินอาหาร เช่น อหิวาต์ อาการไก่จะเบื่ออาหารกระหายน้ำ แนะนำยาละลายน้ำ  และยายูเนี่ยนซัลฟา 2 เม็ดให้ไก่กิน งด อาหารทุกชนิด หากอาการดีขึ้น ควรให้ไข่ลวกให้กินวันละ1-2ฟองดูจากการย่อยของไก่ หากอาการดีขึ้นให้ข้าวสุกให้กินพออิ่มท้องพอ งดข้าวเปลือกเด็ดขาด

จะเห็นได้ว่าโรคขี้เขียวขี้ขาว นี่เป็นได้หลายสาเหต แต่โดยสรุปแล้วมักจะเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทางเดินอาหารโดยอาจจะติด จากการปล้ำวาง การเป็นโรคหวัด โรคอหิวาต์เป็นต้น ซึ่งเชื้อได้แพร่ลงสู่กระเพาะอาหารและลำไส้ เมื่อเป็นแล้วจะเกี่ยวข้องกับระบบการย่อยของไก่ ดังนั้นพึงระวังอย่างยิ่งคือการให้อาหาร เพราะถ้าให้อาหารมากไปเกิดอาหารไม่ย่อยจะไปกันใหญ่

โรคนี้ถ้าเป็นมาก ๆ ควรใช้ยาฉีดออ๊กซี่ ควบคู่ไปด้วยจะเห็นผลได้เร็วขึ้นครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ปัญหาการเลี้ยงไก่ช่วงฤดูร้อน

ช่วงฤดูร้อนการเลี้ยงไก่ออกชนจะเป็นช่วงที่ยุ่งยากและมีปัญหามากที่สุด...ปัญหาสำคัญคือไก่ป่วยมีหลายโรครุมเร้า หรือปัญหาไก่เลี้ยงแล้วไม่ค่อยคึกไม่ค่อยสมบูรณ์เป็นต้น สาเหตุของปัญหาคืออากาศร้อนนี่หละครับ  ดังนั้นวันนี้เลยเสนอแนวปฏิบัติเพื่อการเลี้ยงดูไก่ในช่วงฤดูร้อนดังนี้ครับ
1.การป้องกันโรคหรือเฝ้าระวังโรคช่วงฤดูร้อนคือ ป้องกันโรคขี้เขียวขี้ขาว หวัดคอดังโดยเปลี่ยนน้ำทุกวัน ใช้ยาละลายน้ำให้กินสัปดาห์ละ2 ครั้งเป็นอย่างนอย เพราะฤดูร้อนเชื้อโรคแพร่กระจายง่ายและรวกเร็ว
2. การจัดที่พักไก่เลี้ยงช่วงกลางวันต้องปรับให้ร่มรื่น ไก่สามารถนอนพักผ่อนได้ในช่วงกลางวัน ไก่ก็จะเลี้ยงง่ายขึ้น ถ้าไก่ไม่ได้นอนช่วงกลางวันไก่จะไม่ค่อยสมบูรณ์นะครับ
3.อาหารเสริมสำหรับไก่หน้าร้อนคือ ต้องให้กินบอระเพ็ดสดทุกวัน เสริมหญ้าขนหรือแตงทุกวัน อาหารอื่นตามปกติ ยาบำรุงควรงดพวกของร้อนเช่นพริกไทยดำที่ใช้เป็นส่วนผสม
4. การกาดน้ำกาดแดด ควรกาดพอแห้งเท่านั้นเพราะแสงแดดช่วงนี้รังสียูวีแรงมากเป็นอันตรายต่อไก่อย่างยิ่ง ควรเน้นออกกำลังกายในร่มเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมน้ำหนักไก่

ส่วนข้อปฏิบัติอื่นๆ ก็แก้ปัญหาตามสภาพที่เกิดขึ้นจริงครับจะดีที่สุด